Il pense, donc il est.

posted on 18 Aug 2009 10:41 by dieulux

 

"Il pense, donc il est."

 

 

ตุ๊กตาหมีเท็ดดี้เรียนรู้ประโยคข้างต้นจากคุณสมบัติการแบ่งแยกชนชั้นในไวยากรณ์ฝรั่งเศส!

 

 

 

เริ่มแรกทีเดียว  ขอแนะนำให้คุณรู้จักบุคคลสำคัญท่านหนึ่ง

 

 

René Descartes

(เขียนไทย:เรอเน เดส์การตส์   ออกเสียงว่า  เรอ-เน-เด-กา-ร (รัวๆลิ้นไก่) -ต.  ไว้ผมจะเล่าถึงการออกเสียงในภาษาฝรั่งเศสให้ฟังอีกทีหนึ่งนะครับ  ตอนนี้ขอให้เชื่อผมไปพลางๆว่ามันอ่านอย่างนี้นะ ...)

 

คุณปู่เรอเน  แกเป็นชาวฝรั่งเศสที่ทำคุณูปการแก่วงการปรัชญาและคณิตศาสตร์ไว้อย่างมากมายหลายแหล่   จัดได้ว่าแกเป็นนักคิดตัวพ่อเลยทีเดียว  ฉะนั้นก่อนจะไปที่เรื่องของเราผมขอเท้าความถึงชีวิตแกสักเล็กน้อยพอเป็นสังเขป

 

เมอสิเยอร์เดส์การต์เป็นชาวภาคกลางของฝรั่งเศสครับ  แกเกิดที่เมือง ลาเอย์ ออง ตูเรน (La Haye en Touraine)  ซึ่งในปัจจุบันรัฐบาลฝรั่งเศสตัดสินใจยกย่องเมืองนี้ให้เป็นของแกไปแล้ว  โดยการเปลี่ยนชื่อเมืองตามนามสกุลของท่าน 'เดส์การตส์'  เพื่อเป็นเกียรติประวัติ

ต้นตระกูลของแกเป็นผู้รากมากดีมาแต่โบร่ำโบราณ  คุณป๋าเลยอยากให้แกได้ดิบได้ดีเป็นขุนนางไฮโซทำงานในเมืองกรุง  เรอเนสำเร็จการศึกษาด้านกฎหมายตามความประสงค์ของบิดา  ทว่าในเวลานั้นแกเกิดหน่ายเหนื่อยต่อชีวิตชนชั้นผู้ดีที่แกใช้มาตั้งแต่เด็ก  หลังจบการศึกษา  คุณปู่เรอเนตัดสินใจเข้ารับราชการทหารที่เมืองดัตช์

หลังจากพ้นราชการทหาร  คุณปู่เรอเนจึงกลับมาทำงานที่ตนรัก  คือคณิตศาสตร์และปรัชญา  ผลงานชิ้นโบว์แดงที่คุณปู่มอบให้วงการคณิตศาสตร์เห็นจะไม่พ้นการตั้งระบบพิกัดคาร์ทีเชียน (Cartesian ผันจาก Cartesius อันเป็นชื่อละตินของคำว่า Descartes: เห็นไหม  นอกจากชื่อเมืองแล้วแกยังได้รับการตั้งชื่อเป็นระบบพิกัดอีกแน่ะ) 

ระบบพิกัดคาร์ทีเชียนก็คือระบบกริดมุมฉากนั่นเองครับ  ก็ที่มีแกน X  แกน Y  ไงครับ  เวลาเรากำลังเขียนกราฟต่างๆไม่ว่าจะเป็นอัตราการไหลของสาร  หรือการทำปฏิกิริยาทางวิทยาศาสตร์  นั่นล่ะครับ  เรากำลังใช้ภูมิปัญญาฝรั่งเศสอยู่นะนั่น!  ซึ่งการตั้งพิกัดแบบนี้ทำให้แกคลอดตำราเกี่ยวกับการวิเคราะห์ทางเรขาคณิตออกมาหลายเล่มทีเดียว  แกจึงเป็นทั้งผู้บุกเบิกและเป็นทั้งตัวพ่อแห่งสาขาเรขาคณิตวิเคราะห์ของคณิตศาสตร์คลาสสิกไปโดยปริยาย  (ยากนะครับสาขานี้  จากประสบการณ์ของผมเองครับ)

นอกจากความสามารถทางคณิตศาสตร์ คุณปู่เรอเนแกยังเป็นปรัชญาเมธีอีกด้วยครับ  แกเป็นตัวพ่อของสำนักวิชาทางปรัชญาที่เรียกว่า  เหตุผลนิยม  (Rationalism) ง่ายๆคือสาขานี้ศึกษาการคิดแบบเป็นเหตุเป็นผลครับ  เรอเนเชื่อว่าการคิดทำให้เราเป็นเราได้  ถึงกับมีการกล่าวว่าประัโยคอมตะที่เรอเนชอบพูดนักหนาคือ

 

"Je pense, donc je suis." ---   เพราะฉันคิด  ฉันจึงมีอยู่

 

 

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว  ผมขอกลับมาที่เรื่องของเราต่อแล้วกันครับ

อย่างที่ผมบอกไว้ล่ะครับว่าไวยากรณ์ฝรั่งเศสมันชอบแบ่งแยกชนชั้น!!!

แถมยังแบ่งเยอะแบ่งแยะและมั่วซั่วมากครับ  ผมหมายความว่าเวลาเราจะพูดว่า  "เราคิด"  กะ  "เขาคิด"  ในภาษาไทย  เราแทบไม่ต้องเปลี่ยนอะไร  นอกจากใส่ประธานไปใหม่ก็จบใช่ไหมล่ะครับ  หรือในภาษาอังกฤษเราก็แค่เติม  s  หลัง  verb  อีกซักตัว  เปลี่ยนจาก  "I think" เป็น  "He thinks"  ก็จบแล้วครับ

ภาษาฝรั่งเศสมันไม่ง่ายอย่างนั้นครับ

ที่นี่คำสรรพนามเขามีคำกริยาใช้กันเป็นของส่วนตัวเลยทีเดียว  ของใครของมันครับ  ห้ามใช้ปนกัน  (นึกเปรียบเทียบกับละครพีเรียดดูสิครับ เวลาท่านเจ้าคุณจะกินข้าว  คุณหญิงจะกินข้าว  หรืออีสายคนครัวจะกินข้าว  เขาก็มีจานเป็นของเขาเอง  ไม่ใช้ปะปนกันครับ)

 

ในทางไวยากรณ์  เรามีประธานของประโยคเป็น  6  กลุ่มครับ

 

Je  (เอ  ช ช้าง  ออกเสียงหนักๆให้ปากสั่น นะครับ)   เอ  หมายถึงฉัน  ผม  เดี๊ยน  ข้า  กู  .....ภาษาทางการเราเรียกว่าสรรพนามบุรุษที่ 1 เอกพจน์ครับ   

 

Nous   (นู   ถ้าหากอ่านมาถึงตรงนี้น่าจะจับข้อสังเกตประการหนึ่งแล้วนะครับ  ว่า  s  ท้ายประโยคไม่อ่านออกเสียงใดๆนะครับ)  นู  หมายถึง  พวกเรา  คือสรรพนามบุรุษที่ 1 พหูพจน์นั่นเองครับ

 

Tu  (ตู   เวลาอ่านให้ห่อปากกลมๆเหมือนจะพูดว่า "ตู"  แต่ให้พูดว่า  "ตี"  อย่าลืมค้างปากให้กลมๆเข้าไว้นะครับ)   ตู  หมายถึง เธอ  แก  เอ็ง  มึง  .....ภาษาทางการเราเรียกว่าสรรพนามบุรุษที่ 2 เอกพจน์ครับ   

 

Vous   (วู   ตัว V  ออกเสียงเหมือนภาษาอังกฤษนะครับ  คือทำปากเหมือนออกเสียง ฟ ฟัน  แต่ให้เสียงหนักๆ   ปากสั่นๆ)  วู  หมายถึง  คุณ  พวกคุณ  ...เรียกแบบเป็นทางการคือสรรพนามบุรุษที่ 2 พหูพจน์นั่นเองครับ (แต่ในทางปฏิบัติ  เราจะใช้ vous  เรียกสรรพนามบุรุษที่ 2 เอกพจน์ก็ได้ครับ  ในกรณีที่เราไม่สนิทกับผู้ฟังและต้องการความสุภาพ  เป็นทางการ  เช่นพูดกับครู  กับผู้ใหญ่ทางสังคม)

 

Il,  Elle  (อิล,  แอล)   อิล  คือ  เขา,  ส่วน  แอล  คือ  หล่อน    .....ภาษาทางการเราเรียกว่าสรรพนามบุรุษที่ 3  เอกพจน์ครับ  ในที่นี้เรารวมถึงคำนามทั่วไปที่เป็นเอกพจน์ด้วยครับ

 

Ils,  Elles    (อิล,  แอล   ครับ  อย่าลืมว่า  s  ไม่ออกเสียงนะจ๊ะ)   อิล  คือ  พวกเขา,  ส่วน  แอล  คือ  พวกหล่อน  แต่ถ้ามีทั้งเขาๆและหล่อนๆปนๆกัน  เราจะรวมเป็น  Ils  คำเดียวครับ  คำเหล่านี้คือสรรพนามบุรุษที่ 3 พหูพจน์นั่นเองครับ  เรายังรวมถึงคำนามทั่วไปที่เป็นพหูพจน์ด้วยครับ

 

 

เป็นไงครับ  มั่วดีแท้มั้ย?

เอาล่ะ...เรามาผันประโยคอมตะของคุณปู่เรอเนตามกลุ่มประธาณกันครับ

 

Je        pense      , donc     je        suis.

เชอ         ปองเซอ              ด็อง           เชอ          ซวี่

 

Tu       penses     , donc    tu        es.

 ตู           ปองเซอ                ด็อง          ตู            เเอ่ะ

 

Il         pens     , donc     il         est.

อิล           ปองเซอ             ด็อง           อิล          เเหละ

 

Nous   pensons , donc     nous   sommes.

นู             ปองซ็อง           ด็อง             นู             ซอมเมอ

 

Vous   pensez    , donc     vous   êtes.

วู             ปองเซ่              ด็อง             วู             แซ่ต

 

Ils       pensent  , donc     ils        sont.

อิล           ปองเซอ             ด็อง           อิล          ซง

 

สังเกตส่วนที่เป็นสีนะครับ  นั่นคือส่วนที่ผันแล้วทำให้เกิดกริยาเฉพาะของประธานแต่ละกลุ่ม   และทำให้ภาษามีสีสันและมันสะเด็ดขึ้นมากทีเดียว  ตอนนี้ถ้าคุณผู้อ่านยังไม่รู้อะไรๆ  ก็ท่องๆไปก่อนครับ  นกแก้วนกขุนทองก็ท่องเข้าไป

กริยา pens~  ทั้งหกตัวนั่นแปลว่า คิด  ครับ

ส่วนกริยาที่แรเงาสีฟ้าทั้งหกตัวเทียบได้กับคำว่า  เป็น  อยู่  คือ  ไงล่ะครับ

แต่ภาษาฝรั่งเศสเรามีอะไรๆมากกว่านั้นมาก(มากกกกกกกกกเลยล่ะ)

 

ไว้เราจะกล่าวถึงคำกริยาต่างๆ  อย่างละเอียดในโอกาสอันควรต่อไปนะครับ